คุณเคยมีปัญหาเหล่านี้มั้ยครับ…

  • ตัวสินค้ามีคุณภาพสูง แต่ Packaging กลับไม่สื่อเช่นนั้น
  • อยากให้ Packaging เป็นตัวช่วยขายของ แต่สุดท้ายต้องเชียร์ขายเองอยู่ดี
  • Packaging ของเรา พอเอาไปเทียบกับคู่แข่ง แล้วรู้สึกด้อยกว่า
  • จะออกแบบ Packaging ให้ดูดีเป็นเรื่องยาก และใช้ทุนสูง

ปัญหาเหล่านี้ เป็นปัญหาส่วนใหญ่ของเจ้าของธุรกิจ หรือเจ้าของสินค้าเลยล่ะครับ

บ่อยครั้งมากที่ สินค้าที่มีคุณภาพเหนือคู่แข่ง แต่กลับมีรูปลักษณ์ที่ดูด้อยกว่า เพราะ Packaging

น่าเสียดายนะครับ หาก Packaging ที่คุณลงทุน ลงแรง ทำหน้าที่นักขายแทนคุณได้ไม่เต็มที่

เพราะสำหรับลูกค้าส่วนใหญ่ Packaging เป็นสิ่งสำคัญที่จะโน้มน้าวให้พวกเขาเชื่อ และซื้อสินค้าของคุณ

เอาล่ะ! มาลองดู เคล็ดลับดีๆ ที่ผมอยากจะนำเสนอ เพื่อจุดประกายไอเดียใหม่ๆ สำหรับ Packaging ของคุณกันดีกว่าครับ

 

เคล็ดลับที่ 1 : อย่ายึดติดกับความเคยชิน

“ความเคยชิน” นี่นับเป็นจุดเริ่มต้นของความจำเจ หรือ Packaging แบบเดิมๆ เลยล่ะครับ

เพราะคนส่วนใหญ่มักจะด่วนสรุปในเรื่อง Packaging ของแบรนด์ตนเอง ตามรูปแบบที่เคยพบเห็น หรือคุ้นชิน

“สินค้าเป็นครีม ก็ต้องใส่กระปุกสิ” หรือ “ใส่กล่องกระดาษไง ใครๆ เค้าก็ใช้กันแบบนี้”

ใช่ครับ มันอาจเป็นวิธีการหาทางเลือกที่ปลอดภัย และประหยัดเวลา

แต่จะดีกว่ามั้ยถ้า Packaging ของคุณไปได้ไกลกว่านั้น

วิธีการง่ายๆ คือ ลองลิสต์ว่า Packaging รูปแบบไหนบ้าง ที่สามารถบรรจุและปกป้อง สินค้าของคุณได้

โดยลองดูจากตัวอย่างที่มีอยู่ในตลาด ซึ่งยังไม่จำเป็นว่าต้องบรรจุสินค้าชนิดเดียวกับสินค้าของคุณก็ได้

แล้วจะพบว่า คุณอาจได้ไอเดีย Packaging ที่ทั้งตอบโจทย์และยังสามารถสร้างความแตกต่างได้อีกด้วยนะครับ

 

“ลืมถุงตาข่ายใส่ส้มหรือถุงใส่แตงโมแบบเดิมๆ ไปได้เลย”

—–

เคล็ดลับที่ 2 : ลำดับความสำคัญสิ่งที่ลูกค้ามองหา

หลายคนที่มีธุรกิจหรือเป็นเจ้าของสินค้า ควรจะต้องรู้เป็นอย่างดี ว่าใครคือ กลุ่มลูกค้าหลักที่จะซื้อสินค้าของคุณ

การมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่มันจะดีขึ้นไปอีก หากคุณลองสังเกตให้มากขึ้นอีกนิด

ให้คุณลองสังเกตพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้า กับPackagingของคุณ ในช่วงเวลาต่างๆ ดูสิครับ

ซึ่งหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญมาก คือ ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจซื้อสินค้า ลูกค้าของคุณพิจารณาอะไรบ้าง

อะไรเป็นสิ่งที่พวกเขามองหาเป็นอันดับแรก อันดับรองลงมาคืออะไร หรือสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้บน Packaging

เทคนิคง่ายๆ คือ อะไรที่ลูกค้าให้ความสำคัญมาก เช่น ต้องผลิตจากวัตถุดิบ(มะเขือเทศ) 100%, หรือไขมัน 0% Packaging ก็ต้องจัดวางสิ่งนั้นให้เด่น เห็นง่ายเป็นอันดับต้นๆ นะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล่ะครับ ที่จะสร้างการสื่อสารผ่าน Packaging ที่ตรงใจลูกค้า และช่วยเพิ่มโอกาสทางการขายของคุณได้ดียิ่งขึ้น

 

 

—–

เคล็ดลับที่ 3 : วางตำแหน่งของคู่แข่งและหาจุดยืน

อย่างที่เราเคยได้ยินมาตลอด รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

การศึกษาและวิเคราะห์คู่แข่งนั้น จำเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่เรื่องของการออกแบบ Packaging

เริ่มต้นด้วยวิธีง่ายๆ คือ ลองดูรูปแบบของ Packaging จากคู่แข่งของคุณ สัก 5-10 แบรนด์ ซึ่งหนึ่งในนั้นควรเป็นเจ้าตลาด

จากนั้นนำ Packaging คู่แข่งมาจัดอันดับในคุณลักษณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า โดยทำเป็นแกนที่มีคุณลักษณะที่ตรงข้ามกัน

เช่น ดูเป็นธรรมชาติ-ดูเป็นวิทยาศาสตร์, ดูมีประวัติเก่าแก่ยาวนาน-ดูทันสมัย, ดูอ่อนโยน-ดูเข้มแข็ง

ซึ่งจะทำให้คุณเห็นว่า การออกแบบส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปทางไหน และอะไรเป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ของคุณบ้าง

การทำแบบนี้บางครั้งอาจเป็นการสร้างจุดยืนใหม่ที่แตกต่าง ให้กับ Packaging และแบรนด์คุณเองเลยก็เป็นได้ครับ

เคล็ดลับที่ 4 : จับ Trend ไว้ให้มั่น

คุณสมบัติที่ดีอย่างหนึ่งของการสร้างแบรนด์ หรือการเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดี คือ การติดตาม Trend ที่เกิดขึ้นในตลาด

หากแบรนด์คุณต้องการที่จะตอบสนองต่อ Trend ที่เกิดขึ้น Packaging ของคุณก็ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย

ก่อนหน้านี้คุณอาจจะได้เห็นหลายๆ แบรนด์ที่ตื่นตัวเรื่องของ Eco-Friendly หรือการออกแบบเชิงอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อม

คุณอาจได้พบเห็นหลายๆ แบรนด์ ออก Packaging ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล, ลดปริมาณการใช้เนื้อพลาสติก หรือพิมพ์ด้วยหมึกสีเดียว

ซึ่งนั่นนอกจากจะดึงความสนใจของผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงความทันสมัยของแบรนด์คุณอีกด้วย

ดังนั้น วันนี้ลองเริ่มถามตัวคุณเองนะครับ ว่า Packaging ของคุณ ได้ตอบโจทย์ Trend ในตลาดแล้วหรือยัง?

———————

ที่มา : https://bdithailand.com